ภาวะโรคอ้วนกับโรคหลอดเลือดหัวใจและวิธีการดูแลสุขภาพ

โรคอ้วน โรคเบาหวานและ โรคหลอดเลือดหัวใจ ถือเป็นโรคที่มีความสัมพันธ์กันเป็นอย่างมาก โดยพบว่ามีผู้ที่เสียชีวิตด้วยโรคหัวใจในผู้ป่วยเบาหวานสูงมากถึง 2-4 เท่า ของคนที่ไม่เป็นเลยทีเดียว นั่นก็เพราะว่าในผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 จะมีความดื้อต่ออินซูลินสูง ซึ่งก็ส่งผลต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจได้ โดยจะทำให้ไขมันในเลือด

เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจนทำให้หลอดเลือดอุดตันในที่สุด และยังทำให้เสี่ยงต่อหลอดเลือดในสมองตีบและหัวใจวายได้อีกด้วย

เพราะฉะนั้นในผู้ที่ป่วยด้วยโรคเบาหวาน จึงต้องควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไปพร้อมๆ กับการควบคุมไขมัน ไม่ให้อ้วนเพื่อป้องกันไม่ให้เป็นโรคหัวใจไปด้วยนั่นเอง

ปัจจัยที่ทำให้เสี่ยงโรคหัวใจ

ปัจจัยที่จะทำให้เสี่ยงเป็นโรคหัวใจ สามารถแบ่งได้เป็น 2 กรณีหลักๆ ซึ่งก็คือ

1.ปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมได้

- กรรมพันธุ์ โรคหัวใจเป็นอีกโรคหนึ่งมีอาจมีความเสี่ยงจากกรรมพันธุ์ได้ ดังนั้นหากพบว่าคนในครอบครัวมีใครที่เป็นโรคหัวใจ ก็ควรระมัดระวังความเสี่ยงให้ดี โดยเฉพาะหากพบว่าคนในครอบครัวที่เป็นผู้ชาย เป็นโรคหัวใจก่อนอายุ 55 ปี และผู้หญิงเป็นโรคหัวใจก่อนอายุ 65 ปี

- อายุ ยิ่งอายุมากก็ยิ่งมีความเสี่ยงโรคหัวใจสูงมากขึ้นไปด้วย เนื่องจากไขมันจะไปเกาะอยู่ตามหลอดเลือดหัวใจและค่อยๆ สะสมขึ้นไปเรื่อยๆ จนทำให้หลอดเลือดหัวใจตีบตันและเลือดไหลเวียนไม่สะดวก ซึ่งส่วนใหญ่กว่าอาการจะปรากฎออกมาก็ใช้เวลานานถึง 10 ปีเลยทีเดียว

- เพศ สำหรับความเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจในกรณีนี้ จะแบ่งออกเป็น 2 ช่วง คือ ช่วงอายุต่ำกว่า 55 ปี ผู้ชายจะมีโอกาสเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจมากกว่าผู้หญิง แต่ช่วงอายุมากกว่า 55 ปีขึ้นไป ผู้หญิงจะมีโอกาสเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจมากกว่าผู้ชาย

- เชื้อชาติ โดยพบว่าคนที่มีผิวดำจะมีความเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงและโรคหัวใจได้มากกว่าเชื้อชาติผิวขาว

2.ปัจจัยที่สามารถควบคุมได้

- บุหรี่ ผู้ที่สูบบุหรี่รวมถึงผู้ที่ได้รับควันบุหรี่มือสองจะมีโอกาสเป็นโรคหัวใจได้มากกว่าคนทั่วไป โดยเฉพาะในผู้หญิงที่สูบบุหรี่พร้อมกับทานยาคุมกำเนิดร่วมด้วย เพราะสารพิษจากบุหรี่จะทำปฏิกิริยากับยาคุมกำเนิด จนส่งผลกระทบต่อสุขภาพหัวใจโดยตรง และเป็นตัวการลดระดับคอเลสเตอรอลชนิดดี ทำลายหลอดเลือด ซึ่งเป็นผลให้เสี่ยงต่อการเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจถึง 20 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว

- ไขมันในเลือดสูง เกิดจากการรับประทานอาหารที่มีไขมันมากเกินไป ซึ่งพบว่าจะทำให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจได้สูงมาก ดังตารางต่อไปนี้

ของกินที่มีส่วนประกอบของคาร์โบไฮเดรต โดยมากที่พวกเราจะสามารถเจอได้ ดังเช่นว่า

- ข้าว หรือ ของกินชนิดแป้งหรือเส้นต่างๆแล้วก็รวมทั้งถั่วเม็ดแห้งต่างๆด้วย

- ผักที่มีแป้งมากมาย ดังเช่นว่า มันฝรั่ง ข้าวโพด ฯลฯ

- ผักชนิดทานใบหรือทานดอก

- ผลไม้ ดังเช่นว่า กล้วย

- นม หรือ สินค้าที่มีส่วนผสมของนม

- ของหวานต่างๆ

สิ่งที่จำเป็นต้องระมัดระวังสำหรับการรับประทานอาหารเกี่ยวกับคาร์โบไฮเดรต

ถึงแม้ว่าคาร์โบไฮเดรต จะเป็นสารอาหารที่ให้พลังงานรวมทั้งมีจำเป็นจะต้องต่อสถาพทางร่างกาย แม้กระนั้นก็มีข้อที่ต้องระวังก็คือ ไม่สมควรลดหรืองดเว้น จำนวนคาร์โบไฮเดรตในมื้อใดมื้อหนึ่ง แล้วไปทานเพิ่มในมื้อต่อไป เพราะการทานคาร์โบไฮเดรตมากเกินความจำเป็น จะไปส่งผลให้เกิดพลังงานส่วนเกินที่ร่างกายจะใช้ไม่หมด ไปสะสมเป็นไขมัน รวมทั้งนำมาซึ่งการทำให้การลดความอ้วนไม่ได้เรื่อง และก็ยังส่งผลกับระดับน้ำตาลในเลือดที่อาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีจำนวนสูงตามไปด้วย

นอกเหนือจากคาร์โบไฮเดรตที่เป็นสารอาหารที่ให้พลังงานแก่ร่างกายแล้ว ของกินกรุ๊ปจำพวกอย่างโปรตีนบางสิ่งหรือไขมัน ก็ให้พลังงานได้สูงไม่แพ้กับคาร์โบไฮเดรตเลยควรต้องจำเป็นต้องจำกัดจำนวนสำหรับการรับประทาน

โดยจำกัดของกินจำพวกเนื้อสัตว์ให้อยู่ที่ไม่เกิน วันละ 180 - 240 กรัม และก็จำกัดไขมันสำหรับการทำกับข้าววันละ 3 - 6 ช้อนชา จะเยี่ยมที่สุด

ยิ่งกว่านั้นยังมีข้อควรตรึกตรองเพิ่มอีก ตัวอย่างเช่น

1.การเติมน้ำตาลในของกินโดยไม่จำเป็น

2.หลีกเลี่ยงสินค้านมไขมันเต็ม โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้าที่มีไขมันอิ่มตัวสูง

3.หลีกเลี่ยงไขมันทรานส์ (ไขมันซ่อนรูป) ได้แก่ โดนัท คุกกี้ ขนมเค้ก พาย เฟรนซ์ฟรายส์ ฯลฯ

4.ของกินดัดแปลงที่มีไขมันมากมาย อาทิเช่น ของกินทอด อบกรอบ ของหวานฯลฯ

5.ลดของกินที่มีรสเค็มจัด ซึ่งจะมีผลให้ร่างกายบวมน้ำได้

จำนวนคาร์โบไฮเดรต (คาร์บ)

ที่ชี้แนะในแต่ละมื้อ

1. ตอนลดความอ้วน สำหรับผู้ชาย ให้ทานในจำนวน 3-4 คาร์บ ส่วนผู้หญิงให้ทานในจำนวน 2-3 คาร์บ

2. ตอนคุมน้ำหนัก สำหรับผู้ชาย ให้ทานในจำนวน 4-5 คาร์บ ส่วนผู้หญิงให้ทานในจำนวน 3-4 คาร์บ

3. คนที่บริหารร่างกายสำหรับผู้ชาย ให้ทานในจำนวน 5-6 คาร์บ ส่วนผู้หญิงให้ทานในจำนวน 4-5 คาร์บหลักสำหรับเพื่อการกินอาหารสำหรับคนที่จะลดหุ่น ไม่ว่าจะทานอาหารจำพวกใดก็ตามที

วิธีการที่สำคัญที่จะจำต้องปฏิบัติก็คือ

ต้องคุมจำนวนคาร์โบไฮเดรตในแต่ละมื้อของกินให้มีความเหมาะสม แล้วก็กระจัดกระจายการกินคาร์โบไฮเดรตออกไปทั้งวัน ไม่รับประทานเพียงแต่มื้อใดมื้อหนึ่ง โดยยึดหลักดังนี้

- รับประทานอาหารให้ตรงเวลา โดยต้องทานอาหารให้ครบ 3 มื้อหลักวันแล้ววันเล่า ห้ามงดเว้นมื้อใดมื้อหนึ่ง

- เลือกรับประทานอาหารให้มีความมากมายหลาย ซึ่งจะก่อให้ได้รับวิตามิน เกลือแร่ รวมทั้งกากใยอาหาร รวมถึงสารอาหารต่างๆอย่างทั่วถึงแล้วก็ครบบริบรูณ์

- รับประทานคาร์โบไฮเดรตในจำนวนที่ผู้เชี่ยวชาญด้านการโภชนาการของกินเสนอแนะ เลือกของกินที่มีจำนวนระดับน้ำตาลต่ำ ได้แก่ คาร์โบไฮเดรตจำพวกไม่ขัดสีเช่น ข้าวซ้อมมือ ขนมปังโฮลวีต ฯลฯ

- เลือกของกินที่มีใยอาหารสูง

- เลือกทานอาหารที่มีไขมันจำนวนนิดหน่อย หลีกเลี่ยงไขมันอิ่มตัวรวมทั้งไขมันทรานส์ เพื่อช่วยสำหรับในการควบคุมระดับคอเลสเตอรอล

- ควบคุมจำนวนของมื้อของกินแต่ละมื้อให้สมควร

- จำกัดการกินเนื้อสัตว์ในหนึ่งมื้อไม่ให้เกิน 100 กรัม และไม่ควรจะเกินวันละ 240 กรัม ควรจะเลือกรับประทานเนื้อปลาอย่างต่ำอาทิตย์ละ 2 ถึง 3 ครั้ง

- ลดการกินของกินที่มีรสเค็ม ซึ่งจะมีผลให้ร่างกายเก็บน้ำมากขึ้น และก็นำมาซึ่งบวมน้ำ

- บริหารร่างกายอย่างสม่ำเสมอ

- นอนพักให้พอเพียง ตอนที่สมควรและไม่ดึกดื่นจนกระทั่งเกินความจำเป็น

ยิ่งไปกว่านี้ยังมีคำเสนอแนะอื่นๆซึ่งสามารถช่วยทำให้ลดความอ้วนให้มีคุณภาพเยอะขึ้น ยกตัวอย่างเช่น การจำกัดจำนวนข้าวไม่ให้เกินมื้อละ 2 ทัพพี ต่อมื้อ หรือ การรับประทานอาหารว่างละว่างมื้อ เพื่อช่วยทำให้ร่างกายไม่หิวโซเกินความจำเป็นกระทั่งใกล้จะถึงของกินมื้อหลักถัดไป หลีกเลี่ยงของกินที่มีรสเค็มรวมทั้งหวาน ฯลฯ

ในวันแล้ววันเล่าร่างกายของคนเราพวกเราจะต้องมีการใช้พลังงานออกไปเพื่อทำธุระวัตทุกวันต่างๆโดยเหตุนี้การเลือกกินอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรต ที่ให้พลังงานแก่ร่างกายก็เป็นสิ่งที่มีต้องแม้กระทั้งในอยากได้ควบคุมการรับประทานอาหารหรือกำลังลดความอ้วนอยู่ ล้วนแล้วแต่ก็จำต้องรับประทานอาหารชนิดคาร์โบไฮเดรตด้วยเหมือนกัน เพียงแค่จำเป็นต้องรู้จักเลือกทานในจำนวนที่สมควรตามหลักโภชนาการ ไม่ให้มากมายหรือไม่เพียงพอกระทั่งมีผลเสียต่อสภาพร่างกายได้ การเลือกรับประทานอาหารในแต่ละมื้อก็ด้วยเหมือนกัน ไม่ว่าจะทานใดๆให้ยึดหลักการไว้ว่า ควรจะรับประทานอาหารที่ให้สารอาหารครบ 5 กลุ่ม และก็ทานในจำนวนที่เหมาะสมกับร่างกาย โดยบางทีอาจยึดหลักจานสุขภาพมาช่วยจัดของกินในแต่ละมื้อก็ได้ เพื่อสุขภาพที่แข็งแรงรวมทั้งสามารถช่วยคุมน้ำหนักได้อย่างมีคุณภาพ

- หรูหราสามกลีเซอร์ไรด์ในเลือดสูง ซึ่งจะเพิ่มจังหวะสำหรับเพื่อการเป็นโรคหัวใจให้สูงมากขึ้นไปด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเป็นโรคโรคเบาหวาน โดยนักค้นคว้าได้พบว่า หรูหราสามกลีเซอร์ไรด์สูงเกินกว่า 190 มก.ต่อดล. จะไปทำให้เลือดมีความหนืดมากขึ้นเรื่อยๆ แล้วก็ก่อให้เกิดการเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจสูงมากขึ้นไปอีก

- ความดันเลือดสูง ซึ่งเป็นต้นเหตุหนึ่งที่ทำให้เส้นโลหิตแดงเสื่อมเร็วขึ้น ก็เลยทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคร้ายต่างๆเกี่ยวกับเส้นโลหิตหัวใจได้อย่างสะดวกสบาย ตัวอย่างเช่น เส้นโลหิตหัวใจตัน เส้นเลือดในสมองตีบรวมทั้งภาวการณ์หัวใจล้มเหลว ฯลฯ โดยระดับความดันโลหิตธรรมดาจะอยู่ที่ 120/80 มม.ปรอท นั่นเอง

- ไม่มีความสนใจการบริหารร่างกาย ซึ่งพบว่าคนที่ไม่บริหารร่างกายเลยจะมีการเสี่ยงโรคหัวใจได้มากกว่าคนที่บริหารร่างกายบ่อยๆสูงถึง 2 เท่า รวมทั้งมีความเสี่ยงต่อการเกิดความดันเลือดสูงได้อีกด้วย

- โรคอ้วน เพราะเหตุว่าภาวการณ์อ้วนจะมีผลให้ร่างกายรวมทั้งหัวใจจะต้องทำงานมากขึ้น รวมทั้งเป็นต้นเหตุหนึ่งที่ทำให้ความดันเลือดสูง ด้วยเหตุดังกล่าวควรต้องควบคุมน้ำหนักให้เข้าขั้นธรรมดา ซึ่งพบว่าการลดหุ่นก็จะช่วยลดระดับความดันให้ลดน้อยลงมาได้เช่นกัน

- รับประทานอาหารที่มีคอเลสเตอรอลสูง เพราะเหตุว่าของกินกลุ่มนี้จะไปเพิ่ม ufabet ไขมันอิ่มตัวรวมทั้งไขมันทรานส์ให้สูงมากขึ้น ซึ่งเป็นไขมันที่ทำให้เกิดผลเสียและไม่ดีต่อร่างกาย ก็เลยทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและก็โรคเส้นโลหิตหัวใจอย่างยิ่ง ยิ่งกว่านั้นยังเจออีกว่าแม้พากเพียรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารกลุ่มนี้ให้ลดน้อยลง ก็จะลดการเสี่ยงโรคหัวใจได้มากถึง 53 เปอร์เซ็นต์อย่างยิ่งจริงๆ

- เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เพราะเหตุว่าเครื่องดื่มประเภทนี้จะไปเพิ่มความดันเลือดให้สูงมากขึ้นอย่างเร็วแล้วก็เป็นต้นเหตุของเส้นเลือดแดงแข็ง ซึ่งก็ทำให้ได้โอกาสเป็นโรคหัวใจล้มเหลวหรือหัวใจวายได้สูงมากมาย รวมทั้งยังเพิ่มการเสี่ยงโรคตับ โรคมะเร็งแล้วก็โรคที่เกี่ยวข้องกับระบบประสาทได้อีกด้วย เพราะฉะนั้นจึควรจะลดการดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมที่เป็นแอลกอฮอล์ให้ลดลง โดยมีแถลงการณ์ว่าเพศชายไม่สมควรดื่มเกินวันละ 2 ดริ๊งค์ และก็เพศหญิงไม่เกินวันละ 1 ดริ๊งค์